BONE : ep1 event2

posted on 24 Apr 2014 20:13 by canes in 05-Commu

 เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

 

 

 

 

--- 0 ---

 

ท้องทะเลกว้างทอดตัวไปสุดสายตาอยู่เบื้องหน้า

ร่างนั้นยืนห่างออกไป กรอบแว่นบางๆสะท้อนแสงแดด ชายเสื้อปลิวไหวไปตามแรงลม 

 

แม้จะไกล ทว่าเพียงแค่ก้าวยาวๆไม่กี่ก้าวก็ไปประชิดตัวได้
กว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว ก็โดนเขาคว้าตัวเข้ามาหาเสียแล้ว

การกระทำนั้นรุนแรงกว่าที่ปกติควรจะเป็นเล็กน้อย ทว่าเขาไม่ใส่ใจ  

ขึ้นชื่อว่าเป็นของของเขาแล้ว จะทำอะไรตามใจชอบก็ย่อมได้ 

 

เอลลาร์ดลืมตาขึ้น

 

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ชายทะเล แต่กลับเป็นเพดานห้องพักหรูหรา

ภาพนั้นเคยเป็นที่คุ้นตา ทว่าก็เหมือนเรื่องราวนานแสนนานมาแล้วอื่นๆ
ซึ่งเขาไม่แยแสพอๆกับรูปถ่ายเก่าๆที่ไม่สลักสำคัญ

เขาไม่ได้พบบุคคลในความทรงจำนั้นมานาน จำไม่ได้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่
รู้เพียงแต่ว่าหลังจากแยกทางกันครั้งนั้น ก็ไม่เคยพบเจอหรือเห็นหน้าค่าตากันอีก

อย่าว่าแต่พบกันเลย จะนึกถึงก็ยังไม่มี ในเมื่อเขามีปัญหาเยอะแยะให้ต้องเอาตัวรอด

ภาพนั้นจึงน่าแปลกใจนัก

เอลลาร์ดค่อยๆชันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง นวดหว่างคิ้วเบาๆไล่ความง่วงที่หลงเหลืออยู่ 

 

"...ฝันน่าเบื่อชะมัด..."

 

 

 

 --- 1 ---

 

กล่าวกันว่าอโทรพอสไม่เคยหลับ

แสงเรืองรองจากเรืออโทรพอสยังคงสะท้อนอยู่บนผืนน้ำดำมืด

ทั้งที่เวลาล่วงเลยไปดึกดื่นมากแล้ว แต่เอลลาร์ดกลับไม่ได้นอนพัก
การพักผ่อนที่มากเพียงพอในยามเย็นนั้นทำให้เขายังคงตื่นตัว

 

ตอนนั้นเองที่ข้างนอกนั่นกลับมีเสียงประหลาดแว่วมาให้ได้ยิน

 

ดวงตาสีน้ำทะเลนั้นกวาดตามองไปที่ประตู ก่อนที่ร่างสูงจะขยับลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า 
เสียงนั้นไม่ควรมีอยู่บนเรือลำนี้ อย่างน้อยก็สำหรับเขา 
เขาย่างก้าวยาวๆเป็นจังหวะ ตรงไปที่ประตู เปิดมันออก และกวาดตามองภายนอก

 

รอยยิ้มผุดขึ้นจางๆที่มุมปาก

...ช่างน่าสนใจ อย่างน้อยก็คงช่วยแก้เบื่อได้บ้าง

 

เอลลาร์ดคิดเช่นนั้น ก่อนจะก้าวพ้นประตูห้องพักออกไป

ภายนอกนั้นไร้วี่แววความผิดปกติอย่างสิ้นเชิง
ซ้ำยังไร้วี่แววของผู้คนอีกด้วย

สำหรับเอลลาร์ด สถานที่ปลอดคนไม่น่าแปลกใจนักในเมื่อเป็นกลางค่ำคืนเช่นนี้
ทว่าการไม่พบพนักงานเลยแม้แต่คนเดียวเป็นที่น่าสงสัยมากกว่า

...หรือว่าจะเกี่ยวกับเสียงเมื่อครู่กันนะ...?

เขาคิดเช่นนั้นระหว่างที่จังหวะย่างก้าวยาวๆกำลังตรงไปที่บันได
ปริศนาที่เขาสนใจแต่ยังไม่ได้คำตอบนั้นช่างน่ารำคาญใจ
บางที คำตอบอาจจะอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งบนเรือลำนี้ก็เป็นได้

 

"อ..เอ๋ คุณมาทำอะไรที่นี่น่ะครับ"

 

เสียงนั้นดังขึ้นเมื่อเอลลาร์ดก้าวเท้ามาถึงชั้น C พอดิบพอดี

เอลลาร์ดเหลือบมองไปยังเจ้าของเสียง เป็นชายหนุ่มในชุดพนักงานประจำเรือ
ใบหน้าตกกระเบื้องหลังกรอบแว่นนั่นดูตกใจเสียจนน่าขัน

...อย่างน้อยก็ยังดีที่มีพนักงานหลงเหลือมาบ้าง...

แต่ก่อนจะทันได้เค้นถามเรื่องเสียงปริศนานั้น
กลับมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทิศทางเดียวกันที่เขาเพิ่งมาเสียก่อน

 

ดูเหมือนคงจะไม่ใช่แค่เขาที่มาตามหาคำตอบเสียแล้ว

 

 

 

 photo kraken_resize.png

 

"K" stand for Kraken

BONE : episode1 : event2

 

 

 

--- 2 ---

 

สุดท้ายบริเวณนั้นก็เต็มไปด้วยผู้คนกลุ่มใหญ่

ค่อนข้างน่าแปลกใจว่าทั้งเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุจะมารวมตัวกันได้ในเวลานี้
แม้จะเป็นเพราะเสียงแปลกๆที่ไม่น่าไว้ใจก็ตามที

เอลลาร์ดกวาดตามองกลุ่มคนรอบๆ สำรวจรูปร่างหน้าตาหัวจรดเท้า
เขาไม่ได้ตั้งใจจะสนทนากับใคร จึงเลือกขยับยืนออกมาห่างๆ
แต่ก็ยังรักษาระยะให้พอจะได้ยินสิ่งที่คนอื่นๆพูดคุยกัน

ทันใดนั้นเรือโคลงอีกครั้งหนึ่ง ทุกคนเซถลาจนต้องหาที่ยึด พยายามทรงตัวกันเป็นพัลวัน

 

ตึง

 

เสียงแปลกๆนั้นดังขึ้นราวกับอยู่ไม่ห่างจากบริเวณนี้ ดังจนน่ากลัวว่าจะมีสิ่งใดพังเสียหาย
ทุกคนต่างมองหน้ากัน ดูวิตกกังวลและสับสนว่าควรทำอย่างไร

จนกระทั่งชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ชักชวนทุกคนในที่นั้นให้ไปดูต้นตอของเสียงด้วยกัน

ทุกคนตกลงตามนั้น กลุ่มคนที่มารวมตัวกันอย่างพิลึกพิลั่นจึงค่อยๆก้าวเดินไปจากจุดเดิม
เอลลาร์ดเดินรั้งอยู่ท้ายขบวน คอยกวาดตามองบริเวณโดยรอบระหว่างที่ตามคนอื่นๆไป

ไฟบริเวณทางเดินยังคงเปิดอยู่ จึงมองเห็นทางได้ชัด
เมื่อเลี้ยวพ้นหัวมุมไปก็พบว่าทางเดินที่ยาวเป็นเส้นตรงนั้นว่างเปล่า
ทว่าไม่สามารถมองไปได้จนถึงสุดฟากฝั่งของทางเดินได้เนื่องจากความใหญ่โตของเรือ

 

"อะ..เอ่อ.....ขอโทษนะคะ........."

 

เด็กสาวคนหนึ่งส่งเสียงแทรกขึ้นมากลางวง ทุกคนจึงหันไปมองเธอเป็นตาเดียว
เมื่อเห็นว่าพอจะเรียกความสนใจจากคนอื่นๆได้แล้ว เธอจึงเริ่มพูดต่อ

"คือว่า....เมื่อกี้ทุกท่านได้ยินตรงกันว่ามีเสียงดังมาจากทางนี้
แต่พอมาถึงสถานที่จริงแล้วกลับไม่พบอะไรเลย.... ไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องแปลกบ้างหรือคะ"

เด็กสาวช้อนดวงตาคู่สวยขึ้นไล่สบตาทุกคนด้วยสายตาใสซื่อราวกับลูกแมวตัวน้อยๆ

"ถ้ายังไง.....เราลองหยุดคุยรายละเอียดกันสักเล็กน้อย........ดีไหมคะ?"

อาจจะเพราะความวิตกกังวลและไม่มั่นใจกับสิ่งที่รออยู่ภายหน้า
หลายๆคนจึงมีท่าทางเห็นด้วยกับคำพูดนั้นของเด็กสาว

 

ทว่าก่อนจะได้พูดคุยกันจริงๆ กลับมีบางสิ่งผ่านไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว

 

เอลลาร์ดตอบสนองต่อบางสิ่งนั้นเพื่อจะหันมองว่ามันคืออะไร

แต่ในจังหวะเดียวกัน เด็กหญิงอีกคนหนึ่งกลับถูกสิ่งนั้นเกี่ยวให้ล้มลง
เธอเอื้อมคว้าตัวเขาซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดตามสัญชาติญาณ
เมื่อไม่ทันตั้งตัวและไม่อยู่ในท่าทางที่มั่นคงเพียงพอ เขาจึงเสียหลักล้ม

 

สายตาทันเห็น"เงา"ขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะเป็นคนผ่านหลังพวกเขาไป

 

เอลลาร์ดพยายามจะรีบชันตัวลุกขึ้น
ขณะที่ผู้หญิงผมสีแดงซึ่งอยู่ด้านตรงข้ามเบิกตากว้างเพราะ"เงา"นั้น

ในจังหวะเดียวกันนั้นมันก็เคลื่อนไหวรวดเร็วมากจนไม่มีใครมองทัน
พุ่งตรงไปอยู่ ณ มุมหนึ่งของทางเดินซึ่งมืดมิด โดยชนเอาหลายต่อหลายคนล้มไม่เป็นท่า

 

ความปั่นป่วนกระจายตัวไปทั่วอย่างรวดเร็ว

 

"ทุกคนๆ ใจเย็นๆก่อนนะ"
ชายมีอายุรูปร่างอ้วนกลมพูดขึ้น พลางขยับแว่นให้เข้าที่

"คุณ ในเรือนี้มีอย่างอื่นนอกจากผู้โดยสารด้วยหรือ?"
เขาเอ่ยถามพนักงานซึ่งยังรวมกลุ่มอยู่ด้วยกันมาถึงเมื่อครู่
เด็กหนุ่มอีกคนจึงหันไปสับทับ พลางดันหลังพนักงานให้เดินหน้าไป
"พี่ชายเป็นพนักงานสิะฮะ พนักงานที่ดีน่ะต้องปกป้องผู้โดยสาร เพราะงั้น... นำทุกคนไปเลยฮะ Go!!"

พนักงานท่าทางกล้าๆกลัวๆดูไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เขาก็ยอมนำทุกคนไป

เขาสูดหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ เหมือนจะเรียกความกล้าให้แก่ตัวเอง

ทันใดนั้นเอง

 

 ตูม!!!

 

พนักงานประจำเรือที่อยู่ด้านหน้าจนถึงเมื่อซักครู่ กลับกระเด็นลอยไปข้างหลังอย่างแรง

ทุกคนต่างต่างตื่นตะลึง
ก่อนจะพบว่าเจ้าตัวที่อยู่ในเงามืดนั้นเดินออกมายังจุดที่มีแสงไฟมองเห็นชัด

 

ม้าแข่งพันธุ์ดีขนาดใหญ่สีน้ำตาลซึ่งกำลังพยศยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น

 

เอลลาร์ดซึ่งตั้งตัวจากการล้มได้ไม่นานต้องผงะถอย
เมื่อสามคนซึ่งใจกล้าเข้าไปใกล้นั้นตื่นกลัวจนวิ่งหนีตามสัญชาติญาณ

เจ้าม้าพยศนั้นควบเข้าไล่กวดคนที่หนีมา
เด็กสาวคนหนึ่งในสามคนนั้นโชคร้ายล้มลงและถูกมันเหยียบเข้าเต็มรัก

คนเจ็บสองรายกับความชุลมุนไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีนักเมื่อม้าตัวนั้นควบเข้ามาเรื่อยๆ

 

ตอนนั้นเองที่ชายมีอายุคนเดิมหยุดตั้งหลัก ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้มัน

 เขาชูสองมือ ทำเลียนท่าหกหลังของม้า
ตะโกนใส่มันดังลั่นจนม้าตัวนั้นถึงกับผงะไป

ไม่นานมันก็มีท่าทีสงบลง

 

"น..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับ!?"

 

เสียงหนึ่งดังขึ้น

ต้นเสียงเป็นพนักงานบนเรืออีกคนหนึ่งที่ดูตัวเล็กจนเหมือนเด็กผู้ชาย
เขากวาดตามองสถานการณ์รอบๆทั้งม้าซึ่งเพิ่งหยุดพยศและคนเจ็บ

"ย..แย่แล้ว" 

พนักงานคนนั้นรีบติดต่อแพทย์บนเรือให้มาพาทั้งคู่ที่บาดเจ็บสาหัสไปรักษา
ก่อนจะแจ้งให้พนักงานที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์มาพาม้าไปดูแลต่อ

"ทุกท่านดูท่าทางเหนื่อยๆ ผมว่ารีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักเถอะครับ"
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นกลับผู้คนซึ่งยังตื่นตระหนกไม่หาย
ก่อนจะพาคนเจ็บไปรับการรักษา

 

แม้จะยังสับสนและตื่นกลัว แต่ก็มีหลายคนที่ท่าทางจะเห็นด้วยกับคำแนะนำนั้น

 

 

 

--- 3 ---

 

เอลลาร์ดผละห่างออกมาเล็กน้อย

เหงื่อผุดพราวบนหน้าผาก

เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นไม่ใช่เรื่องตลกเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเสี่ยงอันตรายแค่ไหน

 

...เรือลำนี้มีบางอย่างผิดปกติเสียแล้ว...

 

แม้ทุกอย่างจะดูสงบลง แต่ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่าไม่อาจวางใจได้

...ต้องระวังตัวมากกว่านี้...

เขาไม่คิดจะถอยหลังกลับ และยิ่งไม่คิดจะเอาชีวิตมาทิ้งกลางมหาสมุทรอย่างนี้

ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดมองรอบด้านอีกครั้ง
ประเมินสภาพรอบตัวและคิดทบทวนถึงสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น

 

...ไม่ว่าอย่างไร ก็จะต้องไปให้ถึงจุดหมาย...

เขาหมายมั่นในใจเช่นนั้น

 

--- END ---

 

 

 

สรุปอีเว้นต์ : หลงมาอยู่กลุ่มK โดนดึงล้ม แล้วไร้บทยันจบเว้นต์... //แย่โคตรๆ

 

หมดหล่อเลย 555

อยู่กลุ่มKกับทุกคนสนุกมากครับ ถึงผมจะไม่ค่อยโผล่มาเพราะติดงานก็ตามที...
ขอบคุณที่อยู่กันมาตลอดอีเว้นต์และเสี่ยงชีวิตมาด้วยกัน!!

(ได้ขวดสต๊าฟลุ้นด้วย!! เสี่ยงขนาดไหนคิดดู๊!!)

 

 

 

เท่านี้แหละครับ แล้วเจอกันใหม่

 

 ปล. รูปนั่นวาดไว้นานแล้วครับ รวมสมาชิกกลุ่มK (ที่จริงมี15คน แต่คนนึงลบบล็อคหายไปแล้วครับ...)

ปลล. ผมไม่มีเวลาวาดรูปประกอบอีกแล้ว...  //ร้องไห้